Skip to main content
AMOREPACIFIC

ประวัติศาสตร์ของเรา

2015

Forbes, ได้จัดอันดับ Amorepacific เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับเกี่ยวกับ The World's Most Innovative Companies ความพยายามที่แข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันของ Amorepacific เริ่มต้นมาจากความสามารถด้านเทคโนโลยี รวมไปถึงได้มีการลงทุนเกี่ยวกับ R&D อย่างไม่หยุดยั้ง

Present

2014

สร้างสถาบันความงามที่เซี่ยงไฮ้ เพื่อเป็นเป็นศูนย์รวมการผลิต วิจัย และการจำหน่ายสินค้าในประเทศจีน

2010

นักวิจัยเทคโนโลยีจัดตั้ง MIZIUM สถาบันวิจัยแห่งที่ 2

สร้าง MIZIUM ศูนย์กลางการวิจัยแห่งที่สองในยงอิน เพื่อลองท้าทายความความฝันด้านความงามและสติปัญญาที่จะเนรมิตความงามรูปแบบใหม่

2010

เข้าร่วมกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI)

Amorepacific เข้าร่วมกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์เป็นรายแรกของวงการธุรกิจเครื่องสำอางในเกาหลี

2007

เข้าร่วมเป็นภาคีในข้อตกลงแห่งสหประชาชาติ (UNGC) เป็นรายแรกของวงการธุรกิจเครื่องสำอางภายในประเทศการดำเนินการบริหารอย่างต่อเนื่องตามความปรารถนาอันแรงกล้าของ CEO และเข้าร่วมเป็นภาคีในข้อตกลงแห่งสหประชาชาติของยูเอ็นด้วยตัวเอง

2006

การเปิดตัว "ผู้รังสรรค์ความงามที่สร้างสรรค์คุณค่าจากภูมิปัญญาในแบบเอเชีย"

Amorepacificด้ส่งต่อความตั้งใจผ่านข้อความที่สำคัญคือ การแปลงโฉมและการรังสรรค์ และจากการเป็นตัวแทนด้านเครื่องสำอางของประเทศเกาหลีที่แผ่ขยายธุรกิจแห่งความงามของเอเชียออกไปสู่ทั่วโลก

2002

เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Amorepacific

เปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็วและค่อยๆ เติบโตอย่างยิ่งใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเน้นย้ำความสำเร็จในตลาดโลกซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัท

2001

เปิด O'sulloc Museum พิพิธภัณฑ์ชาแห่งใหม่เป็นรายแรกของประเทศ (ปัจจุบันคือ O'sulloc Tea Museum)

Amorepacificปรับปรุงที่ดินรกร้างในเกาะเชจูให้เป็นไร่ชา เพื่อฟื้นฟูวัฒนธรรมชาพื้นบ้านอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาหลีที่ค่อยๆ จางหายไป และปลูกชาเพื่อแสดงให้เห็นสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติซึ่งเป็นของขวัญที่ได้รับจากเชจู เราไม่ใช่แบรนด์ที่ทำแค่ชาเท่านั้น แต่ยังอนุรักษ์วัฒนธรรมชาให้คงอยู่และต้องการให้ลูกค้าได้พบกับแบรนด์ O'sulloc ในสถานที่ใกล้ชิดกว่าเดิมจึงได้เปิด O'sulloc Museum ในเกาะเชจูขึ้นมา

2000

เปิดตัวแบรนด์ Innisfreeแบรนด์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์อันแสนบริสุทธิ์ของธรรมชาติจากเกาะเชจูเพื่อส่งมอบความงามให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

1997

เปิดตัวแบรนด์ Sulwhasooกว่า 30 ปีที่ได้มีการพัฒนาแบรนด์มีความโดดเด่นทางด้านส่วนผสมธรรมชาติจากพืชสมุนไพรเกาหลี

1995

เปิดตัวแบรนด์ Etude Houseแบรนด์ที่มีความโดดเด่นด้วยสีสันและเพลิดเพลินไปกับการแต่งหน้า

1994

เปิดตัว Laneige

แบรนด์ที่ได้รับความรักมากมายจากผู้หญิงทั่วทั้งเอเชีย

1992

ประกาศปรัชญาการดำเนินงานขององค์กร เพื่อแสดงออกถึงความมุ่งมั่นและพยายามทางด้าน ‘การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์, การให้เกียรติซึ่งกันและกัน และการสร้างสรรค์อนาคต’

1992

Amorepacific ก่อตั้ง Amorepacific R&D Centerที่เมืองยงอิน ประเทศเกาหลี ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะประสบความสำเร็จในด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์"

1991

เปิดตัว Mamondeแบรนด์ที่ส่งต่อพลังชีวิตจากธรรมชาติที่สกัดจากดอกไม้ สู่คุณค่าพลังความงามแห่งผิวพรรณที่แท้จริง

1990

ขยายธุรกิจโดยการสร้างโรงงานการผลิตที่เมืองชาทร์ ประเทศฝรั่งเศสถือเป็นก้าวแรกของการขยายธุรกิจสู่ยุโรป

1979

ซอซองฮวานประธานรุ่นก่อนประกาศทำธุรกิจชาเขียวอย่างเป็นทางการและปรับปรุงไร่ชาในเชจู

ซอซองฮวานประธานรุ่นก่อนทำการปรับปรุงที่ดินรกร้างในเกาะเชจู ด้วยความตั้งใจที่จะฟื้นฟูวัฒนธรรมชาและทำไร่ชาเป็นรายแรกในวงการธุรกิจเครื่องสำอาง

1979

สร้าง Amorepacific Museum of Art พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เครื่องสำอางแห่งแรกในเอเชีย มีการจัดแสดงเครื่องสำอางและเครื่องแต่งกายที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเกาหลี ซึ่งได้สร้างคุณประโยชน์แก่ท้องถิ่นและการศึกษาอย่างมากมาย

1966

เปิดตัว ABC Ginseng Cream ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แรกของโลกที่ใช้ส่วนผสมจากโสม (พืชสมุนไพรของเกาหลี) เป็นหลัก โดยมีจุดเริ่มต้นจากแรงบันดาลใจจากไร่โสมที่ปลูกไว้รอบบ้านในวัยเยาว์ของประธานซอซองฮวาน จึงได้พัฒนาและนำมาเป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังถือว่าเป็นต้นกำเนิดแบรนด์ Sulwhasoo ในปัจจุบัน

1964

ส่งออกเครื่องสำอางแบรนด์ Oscar ซึ่งได้มีการส่งออกสินค้ากว่า 20 ผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศเป็นรายแรกของเกาหลี

1962

สร้างโรงงานผลิตเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในประเทศที่เมืองยองดึงโพ เพื่อใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตอย่างต่อเนื่อง

1960

ประธานซอซองฮวาน ได้มีการสำรวจตลาดโดยมุ่งไปสำรวจที่ต่างประเทศ โดยใช้เวลาออกสำรวจกว่า 40 วัน เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าของผู้นำแห่งวงการธุรกิจในต่างประเทศ และทำความฝันที่ต้องการจะขยายตัวออกไปในต่างประเทศ

1954

สร้างห้องวิจัยเครื่องสำอางแห่งของเกาหลีอีกทั้งยังริเริ่มผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีและพัฒนาการวิจัยที่ทันสมัย

1945

หลังจากที่ประสบความสำเร็จของน้ำมันใส่ผมจากดอกคาเมลเลีย

จากนั้นความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ที่จะนำผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าส่งมอบให้แก่ลูกค้าในประเทศอีกฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิก จึงได้มีการก่อตั้งบริษัทชื่อ Taepyeongyang (Pacific Chemical) ซึ่งต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น Amorepacific

1932

จุดเริ่มต้นของ Amorepacific โดยคุณหญิงยูนดกจอง มารดาของประธานซอซองฮวาน ผู้ก่อตั้งและประธานคนแรกของบริษัท ได้เริ่มต้นทำน้ำมันใส่ผมจากดอกคาเมลเลียอย่างพิถีพิถันโดยบรรจุธรรมชาติและความจริงใจที่มีต่อลูกค้าลงไปในแต่ละผลิตภัณฑ์และขายในเมืองแคซองซึ่งปัจจุบันมีที่ตั้งอยู่ในประเทศเกาหลีเหนือ